อ่านแล้ว 2 ครั้ง

ประชาสัมพันธ์ โรคพิษสุนัขบ้า ประจำปี 2569

โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) คือโรคติดเชื้อไวรัสในระบบประสาทจากสัตว์สู่คน อันตรายร้ายแรงถึงชีวิต ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนทันทีหลังถูกสัตว์กัดหรือข่วน การติดเชื้อเกิดจากน้ำลายสัตว์ที่มีเชื้อผ่านบาดแผล ทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท เช่น กลัวน้ำ (เจ็บปวดเมื่อดื่มน้ำหรือถูกลมพัด) คลุ้มคลั่ง ชัก และอัมพาต ถึงแม้จะมียารักษาโรคโดยตรงไม่ได้ แต่การล้างแผลและฉีดวัคซีน (รวมถึงอิมมูโนโกลบุลิน) เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการป้องกันการแสดงอาการจนเสียชีวิต. 

สาเหตุและการติดต่อ

  • สาเหตุ: เชื้อไวรัส เรบีส์ (Rabies virus).
  • การติดต่อ: ผ่านทางน้ำลายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ติดเชื้อ เช่น สุนัข แมว วัว ลิง โดยการถูกกัด ข่วน หรือเลียแผล. 

อาการในคน (แบ่งเป็น 3 ระยะ)

  • ระยะอาการทางระบบประสาท (2-7 วัน):
    • กลัวน้ำ: กล้ามเนื้อคอหดเกร็งเวลาพยายามดื่มน้ำหรือถูกลมพัด.
    • กลัวลม: สะดุ้งผวาเมื่อโดนลม.
    • ประสาทหลอน/คลุ้มคลั่ง: อาละวาด ดุร้าย.
    • อัมพาต: กล้ามเนื้ออ่อนแรง.
  • ระยะสุดท้าย: โคม่า และเสียชีวิตในที่สุด (มักภายใน 2-10 วันหลังมีอาการ). 
  1. ระยะอาการนำ (1-3 วัน): ไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย คัน ปวด หรือชาบริเวณที่ถูกกัด, กังวล กระสับกระส่าย

การดูแลเมื่อถูกกัด (สำคัญมาก!)

  1. ล้างแผล: ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่หลายๆ ครั้ง ให้ลึกถึงก้นแผล เพื่อลดเชื้อ.
  2. ใส่ยาฆ่าเชื้อ: ใส่ทิงเจอร์ไอโอดีน (ยาแดง/ยาเหลือง) หรือแอลกอฮอล์.
  3. ไปพบแพทย์ทันที: เพื่อประเมินการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าและอิมมูโนโกลบุลิน (ถ้าจำเป็น).
  4. กักสัตว์: ถ้าเป็นไปได้ ให้กักสัตว์ที่กัดไว้ 10 วัน เพื่อดูอาการ หากสัตว์ไม่ตายใน 10 วัน แสดงว่ามันไม่เป็นโรค. 



ดาวน์โหลดเอกสาร